ไขความลับฟุตบอล : เกมฟุตบอลกระชับมิตรที่โลกไม่ลืม

20
ไขความลับฟุตบอล : เกมฟุตบอลกระชับมิตรที่โลกไม่ลืม
เมื่อพูดถึงเกมกีฬาฟุตบอล แน่นอนเราทุกคนต่างรู้จักกันดี ในเกมการแข่งขันมีมากมายหลายรายการ ไม่ว่าจะเป็น ฟุตบอลระดับประเทศอย่าง พรีเมียร์ลีก (อังกฤษ) บุนเดสลีกา (เยอรมัน) หรือขะเป็นรายการระดับโลกอย่าง ยูโรป้าลีก (UEFA) , ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนลีก (UFA) , ฟุตบอลโลก (FIFA) และหลายๆคนอาจจะลืมคิดไปว่ายังมีรายการหนึ่งที่เรารู้จักกันดีแต่ไม่ค่อยสนใจจะดูกันสักเท่าไหร่ นั้นคือ รายการบอลกระชับมิตร แล้ววันนี้ทางเรา Ballteng88 จะพามาดูแมตช์กระชับมิตรที่โลกไม่เคยลืม มาดูกันครับว่าเป็นเกมนัดไหน?

 ไม้เบื่อไม้เมา

ถ้าพูดถึงประเทศ สหรัฐอเมริกา (USA) กับประเทศ อิหร่าน (IRN) ถ้าหลายคนที่มีอายุหน่อยจะทราบกันดีว่า 2 ประเทศนี้ไม่ถูกกันเป็นอย่างมาก แม้กระทั่งจนถึงทุกวันนี้ แต่ทั้ง 2 ก็ใช่ว่าจะไม่อยากเชื่อมสัมพันธ์กัน เพราะเมื่อปี 2000 มีการแข่งขันฟุตบอลกระชับมิตรที่ดูเหมือนจะเป็นเกมการอุ่นเครื่องธรรมดา แต่ในแง่การเมือง การแข่งขันนัดนี้ถือว่าเป็นประวัติศาสตร์

การปฏิวัติ ที่นำโดย อยาตอลเลาะห์ โคไมนี

ต้องย้อนกลับไปดูต้นเหตุของการบาดหมางกันระหว่าง 2 ประเทศนี้ก่อนครับ เรื่องมันเริ่มตอนปี 1979 ประเทศอิหร่านในตอนนั้นมีการ ปฏิวัติ ที่นำโดย อยาตอลเลาะห์ โคไมนี ผู้นำทางศาสนาของอิหร่าน ที่ไม่พอใจกับการปรับเปลี่ยนประเทศไปสู่ความทันสมัย เขาต้องการรัฐศานาแบบอนุรักษ์นิยม และเหตุการณ์ครั้งนั้นเป็นการปะทะของ 2 ฝ่ายระหว่าง กลุ่มสังคมทุนนิยมที่นำโดย พระเจ้าชาห์ โมฮัมหมัด เรซา ปาห์ลาวี กษัตริย์ของชาวอิหร่านในขณะนั้น เขาได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐอริเมกา ที่ต้องการเผยแพร่สังคมทุนนิยมเข้าสู่โลกตะวันออกกลาง กับ ฝ่ายอนุรักษ์นิยม ที่ต้องการรัฐศาสนาแบบเก่า แน่นอนว่าชาวอิหร่านไม่พอใจสหรัฐอเมริกาเป็นอย่างมาก และคิดว่าพวกชาวยุโรปกำลังแทรกแซงวิถีชีวิตของพวกเขา

เหตุการณ์กลุ่มนักศึกษาหัวรุนแรงบุกยึดสถานฑูตสหรัฐฯ พร้อมจับตัวประกันไว้ 52 คน
Addy

ความสัมพันธ์ของทั้ง 2 ประเทศนี้ยิ่งลงดิ่งถึงขีดสุด จากเหตุการณ์ กลุ่มนักศึกษาหัวรุนแรงได้ทำการบุกยึดสถานฑูตสหรัฐฯ ในเมืองเตหะราน และจับชาวอเมริกัน 52 คนเป็นตัวประกัน ระยะเวลานานถึง 444 วัน และการปฏิวัติครั้งนี้ ลงเอยด้วยการจัดตั้งรัฐศาสนาของชาวอิหร่านขึ้นมาใหม่ พระเจ้าชาห์ ได้ขอลี้ภัยทางการเมืองไปใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา จากเหตุการณ์ครั้งนี้ ทำให้สหรัฐอเมริกาตัดสินใจยกเลิกการค้ากับประเทศอิหร่าน แต่ฝั่งประเทศอิหร่านก็พร้อมประกาศว่า สหรัฐอเมริกาเป็นศัตรูทางศาสนาของพวกเขา เป็นชาติที่ถูกปกครองด้วยความคิดบูชาซาตาน ความตึงเครียดของทั้ง 2 ประเทศนี้ ก็ได้นำไปสู่สงครามในคราวต่อมา

สงครามระหว่างอิหร่านและสหรัฐอเมริกา

ด้วยความที่ทั้ง 2 ประเทศต่างก็มีข้อพิพาทเรื่องดินแดนมาอย่างยาวนาน ในช่วงปี 1980 ก็ได้มีสงครามเกิดขึ้น ยาวนานถึง 8 ปี ต่างฝ่ายต่างเสียประชากรรวมกันอย่างน้อยมาถึง 4 แสนคน และมีผู้ได้รับผลกระทบจากสงครามอีกกว่า 1 ล้านคน เชื่อกันว่าในสงครามครั้งนี้ประเทศอิหร่านเสียผลประโยชน์ไปประมาณ 6 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 18 ล้านล้านบาทไทย) แน่นอนความสงครามครั้งนี้ฝ่ายสหรัฐอเมริกายังได้ประโยชน์จาการเข้าไปตั้งกองทัพสหรัฐฯ ในพื้นที่ตะวันออกกลางเพื่อรบกับอิหร่าน โดยอ้างว่าอิหร่านเป็นภัยต่อกลุ่มประเทศเสรีนิยม ในฐานะชาติกำเนิดของพวกก่อการร้าย

ลูกหนังเชื่อมสัมพันธ์

ต่อมาในสมัยประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยูบุช ซีเนียร์ มีความพยายามเชื่อมสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศ แต่พอเปลี่ยนมาถึงยุคของประธานาธิบดี บิล คลินตัน ตอนปี 1993 เขาได้ตัดสัมพันธ์ทางการค้ากับอิหร่านอีกครั้ง เนื่องจากความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจไม่ลงตัว แต่แม้คลินตันจะมีนโยบายที่แข็งกับประเทศอิหร่าน แต่เขาก็ไม่ได้ต้องการสงคราม แต่ถ้ามีทางไหนที่จะกระชับความสัมพันธ์ได้เขาก็พร้อมจะทำ

 

ชาวอิหร่านที่กำลีงเผาธงชาสหรัฐอเมริกา

และโลกก็ได้เห็นการปะทะกันของ 2 ประเทศไม้เบื่อไม้เมานี้อีกครั้ง แต่ในครั้งนี้เป็นการปะทะกันบนสนามฟุตบอล เนื่องจากฟุตบอลโลกในปี 1998 ประเทศสหรัฐอเมริกา และอิหร่าน ถูกจับมาอยู่กลุ่มเดียวกันใน

รอบแบ่งกลุ่ม สื่อในประเทศสหรัฐเรียกว่า “เกมนัดประวัติศาสน์ “ แต่ในขณะเดียวกันสื่อกีฬาเรียกเกมนัดนี้ว่า “เกมฟุตบอลที่มีการเมืองเข้ามาเกี่ยงข้องมากที่สุดในประวัติศาสน์”

และมันก็สร้างความตึงเครียดตั้งแต่ยังไม่เริ่มเกม เนื่องจากรัฐบาลอิหร่านประกาศว่า “นักเตะของอิหร่านจะไม่ยอมเดินไปจับมือกับนักเตะสหรัฐฯ ยกเว้นนักเตะสหรัฐฯจะเดินมาจับมือเอง” เพราะเกมนั้นอิหร่านไปเยือนและตามกฎของฟีฟ่า (FIFA) นักเตะทีมเยือนต้องเดินไปจับมือกับนักเตะทีมเหย้า ถึงแม้จะมีการประกาศชัดมาแบบนี้แล้ว ทางฟีฟ่าเอง ก็ได้เกลี่ยกล่อมนักเตะสหรัฐฯ ให้เดินไปจับมือจนได้ในที่สุด ซึ่งนำไปสู้ภาพที่งดงามเป็นอย่างมาก และมีการถ่ายหมู่ร่วมกัน และในเกมนัดนี้ไปด้วยชัยชนะของประเทศอิหร่านด้วยสกอร์ 2-1 ในการแข่งขันรอบคัดเลือกฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย

 

นักเตะทีมชาติอิหร่านและสหรัฐอเมริกากำลังจับมือแลกดอกไม้กัน

แม้จะเป็นภาพที่งดงาม แต่แน่นอนความเกลียดชังของทั้ง 2 ฝ่าย ดูเหมือนว่ามันฝั่งลากลึกไปเสียแล้ว เพราะไม่ว่าจะเป็นแฟนบอลที่แสดงสัญลักษณ์ทางการเมืองมากมาย จากทั้ง 2 ชาติ ว่าพวกเขาจะไม่ยอมรับกันและกันอย่างแน่นอน ถึงจะเป็นอย่างนั้นก็ตามรัฐบาลสหรัฐอเมริกา เห็นว่าฟุตบอลคือเครื่องมือที่ดีที่จะเชื่อมความสัมพันธ์กับประเทศอิหร่านอีกครั้ง

 

แฟนบอลที่กำลังแสดงสัญลักษณ์ทางการเมือง

เกมนัดประวัติศาสน์

ต่อมาทางรัฐบาลได้หารือเรื่องนี้กันอย่างจริงจัง ที่จะจัดเกมฟุตบอลกระชับมิตรอีกครั้ง โดยแผนการคือจัดช่วงฤดูร้อนในปี 1999 ทุกอย่างกำลังดำเนินการไปด้วยดี แต่แล้วเมื่อประชาชนชาวอเมริกันได้รู้ถึงเรื่องนี้ ก็ได้มีเสียงต่อต้านเข้ามามากมาย มีการแสดงออกถึงชาวอิหร่านที่จะไม่รับประกันความปลอดภัย และแน่นอนทางรัฐบาลของอิหร่านก็รีบปฏิเสธในทันที

 

รูปถ่ายรวมของนักเตะทีมชาสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน

แต่ทางรัฐบาลสหรัฐฯ ก็ไม่ได้ยอมแพ้ พวกเขาตัดสินใจจัดการแข่งขันนี้ขึ้นในวันที่ 16 มกราคม ในปี 2000 โดยรับประกันความปลอดภัยของนักฟุตบอล และชาวอิหร่านทุกคน ที่เดินทางด้วยเครื่องบินเช่าเหมาลำ ท่ามกลางความไม่พอใจของประชาชนชาวอเมริกัน และวันนั้นก็มาถึง นักฟุตบอลชาวอิหร่านได้มาถึงประเทศสหรัฐอเมริกา ได้แบบปลอดภัย และถือว่าเป็นชาวอิหร่านกลุ่มแรกที่มาถึง นับจากปี 1979

 

แฟนบอลที่เชียร์แบบสันติ

ผู้ชมในวันนั้นประมาณ 5 หมื่นคน การแข่งขันถูกจัดขึ้นที่สนาม โรส โบวล์ สเดี้ยม (rose bowl stadium) ที่ตั้งอยู่ในเมืองแพซาดีนา (Pasadena)ในรัฐแคลิฟอร์เนีย (California) ในเกมวันนั้นเต็มไปด้วยความสวยงามของโลกลูกหนัง  และในเกมนัดนั้นจบลงไปด้วยสกอร์ 1-1 แบบมิตรภาพ และนักเตะทั้ง 2 ฝ่ายได้แลกเสื้อกันที่แสดงถึงความเป็นมิตร นอกจากนี้ทางสหรัฐอเมริกาได้ เปิดโอกาสให้ประเทศอิหร่านได้เล่นเกมอุ่นเครื่องกับประเทศเม็กซิโกที่สนามของประเทศสหรัฐอีกด้วย

 

โศกนาฏกรรม 9/11 ในปี 2001 ที่ชาวอเมริกันเชื่อว่าเป็นฝีมือของชาวตะวันออกกลาง

แต่อย่างไรก็ตามถ้าไปถามประชาชนชาวอเมริกันถึง เหตุการณ์โศกนาฏกรรม 9/11 ที่เกิดขึ้นในปี 2001 ก็เกิดความเกลียดชังชาวตะวันออกลางของชาวอเมริกันเป็นอย่างมาก และในตอนนั้นยังเป็นการเปลี่ยนประธานาธิบดีของชาติสหรัฐฯ จาก บิล คลินตัน สู่ จอร์จ ดับเบิลยูบุช จูเนียร์ ที่กลับมาใช้วิธีทางทหารจัดการกับประเทศตะวันออกกลางเหมือนกับพ่อของเขา เกมฟุตบอลครั้งนั้นแทบจะไม่มีค่าอะไรเลย

แม้ถึงจะเป็นอย่างนั้นก็ตาม เกมการแข่งขันฟุตบอลที่ผ่านมาก็ยังถือเป็นความทรงจำที่สวยงามของทั้ง 2 ประเทศที่มันจะไม่มีทางเกิดขึ้นอีกแล้วก็ตาม ทางเรา Ballteng88 ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านจนถึงตอนนี้นะครับ ฝากกดไลค์ กดแชร์ เพื่อเป็นกำลังใจให้แอดมินด้วยนะครับ

Addy

วิเคราะห์บอล ทีเด็ดบอล ล่าสุด